สัมปะชาโน สติมา

ฆ่าคน ฆ่าชีวิตอื่น ฆ่าเขาทำไม
การได้เกิดมาเป็นคนนั้น เป็นผลจากกรรมดีในอดีตที่เรานั้นเคยทำมาก่อนนั่นเอง จึงทำให้ได้เกิดมาเป็นคน  การเกิดเป็นคนแสดงว่า ชีวิตของเราในอดีตนั้นได้ทำความดีไว้มากนั่นเอง

เมื่อเกิดเป็นคนแล้ว หากวันหนึ่ง ตัวเราไปฆ่าคน แบบนี้แสดงว่า ตัวเราตกต่ำมากแล้ว เราได้ทำลายความดีงามของตนเองเสียแล้ว น่าเสียดาย อุตส่าห์สร้างกรรมดีมากมาย แต่กลับมาพลาดมาทำบาปมาฆ่าคน แสดงว่า เราได้ทำผิดพลาดที่สุดแล้ว เพราะการฆ่าคนอื่น ก็คือการฆ่าตัวเราเองนั่นเอง และเป็นฆ่าตัวเองแบบซ้ำซากนับล้านล้านชาติภพ มันเป็นการทำลายตัวเองที่เลวร้ายที่สุด และจะส่งผลไปยาวนานมากจนไม่รู้ว่าเมื่อไหร่จะหมดสิ้นจากบาปกรรมในการฆ่าคนนี้

ทำไม เราจึงไปฆ่าเขา ทำไมเราจึงไปทำร้ายเขา
เพราะจิตของเรามืดมัว มองไม่เห็นว่า ชีวิตคนอื่นเขาก็มีคุณค่า เขาก็มีคนรักคนห่วงใย มีคนที่เสียดายเขา  และมองไม่เห็นว่า เราได้ทำลายคุณความดีของเราเอง

ชีวิตทุกชีวิต ล้วนเป็นสมบัติของโลก เราก็เป็นชีวิตหนึ่งที่เกิดมาในโลก ไม่ควรเลยที่เราจะไปทำลายชีวิตคนอื่นซึ่งเป็นสมบัติของโลกเช่นกัน

เมื่อจิตดำมืดมัว แสงแห่งธรรมย่อมส่องไม่ถึง  เราจึงสรุปและตัดสินใจไปว่า ...ฆ่าเขาคนนั้น เพื่อให้ตัวเองได้เงิน... ได้ความสะใจ... ได้ระบายแค้น... ได้เป็นผู้ชนะ... ได้เป็นผู้เข้มแข็งกว่า... ฯลฯ

จิตที่ดำมืดมัว จะมองไม่เห็นว่า ชีวิตอื่นเขาก็รักชีวิตเขา แม้เราไม่ไปฆ่าเขา ในวันหนึ่งข้างหน้าเขาคนนั้นก็ต้องตายอยู่ดี  เราไปฆ่าเขาทำไม เราปล่อยให้ตัวเองตกต่ำดำมืดทำไม 


การฆ่าคนอื่น หมายถึงตัวเราทำให้ชีวิตตัวเองตกต่ำเลวทรามมากที่สุด  เราทำแบบนั้นทำไม  เราสร้างบาปกรรมหนักให้ตัวเองทำไม 

เมื่อได้ฆ่าคนแล้ว ย่อมไม่มีข้อแก้ตัวใด ๆ และไม่มีสิ่งใดที่จะสามารถลบล้างความผิดบาปนั้นได้ แม้จะติดคุก 1,000 ปี 10,000 ปี 100,000 ปี 1,000,000 ปี เราก็ได้ทำบาปไปแล้ว การติดคุก มันชดใช้ความผิดบาปนั้นไม่ได้ 

การฆ่าคน เป็นการกระทำที่ไม่คุ้มค่าเลย ต่อให้ได้เงินแสนล้านหรือล้านล้าน ก็ไม่คุ้มเลย ฆ่าเขาทำไม ทำบาปกรรมหนักแบบนี้ทำไม ต้องถามตัวเอง

ไม่ฆ่าคน เราทำได้ ถ้าเรากล้าที่จะ...
ไม่ยอมเป็นทาสเงิน
ไม่ยอมเป็นทาสโทสะ
ไม่ปล่อยให้จิตใจดำมืด
ไม่หลงผิดไปกับคำพูดคนอื่น

ฆ่าคน
ไม่มีใครเตือนเราได้ นอกจากตัวเราเอง
ไม่มีใครห้ามเราได้ นอกจากตัวเราเอง


ฆ่าคน = เกิดมาเสียชาติเกิดเปล่า ๆ
เสียดายที่ได้เกิดมาบนแผ่นดินไทย แผ่นดินที่พระพุทธศาสนาเรืองรองส่องสว่างกว่า 1,000 ปี

เมตตา กรุณา มุทิตาในชีวิตอื่น ธรรมะพื้นฐานที่สุดที่เราสร้างขึ้นมาในจิตของเราได้
เมื่อมีเมตตา กรุณา มุทิตา ในจิตของเราแล้ว จิตของเราจะไม่มืดบอดอีกต่อไป
เมื่อมีเมตตา กรุณา มุทิตา ในจิตของเราแล้ว เราจะไม่ฆ่าใคร
เมื่อมีเมตตา กรุณา มุทิตา ในจิตของเราแล้ว เราจะไม่ทำบาปกรรมอีกต่อไป

ไม่ฆ่าคน = ไม่ทำลายคุณงามความดีของตัวเราเอง
ยากจน ยังดีกว่าฆ่าคน
อัปลักษณ์ ยังดีกว่าฆ่าคน
ร่างกายพิกลพิการ ยังดีกว่าฆ่าคน
ไม่หล่อไม่สวย ยังดีกว่าฆ่าคน
ไม่มียศ ยังดีกว่าฆ่าคน
ไม่มีชื่อเสียง ยังดีกว่าฆ่าคน
ไม่มีตำแหน่งใหญ่โต ยังดีกว่าฆ่าคน
ขอทานกิน ยังดีกว่าการฆ่าคน
เขียนโดย : สายด่วนชาวพุทธ
เขียนเมื่อ : 23 ตุลาคม พ.ศ. 2560
อ่าน : 49

สัมปะชาโน สติมาอื่นๆ