ปรึกษาปัญหาชีวิต (สำหรับเจ้าของกระทู้)

แม่สามี หาผญ.ใหม่ให้สามี และสามีก็เต็มใจทิ้ง เราซึ่งกำลังท้อ
รายละเอียด
คบกันมาสิบปีค่ะ รู้ว่าท้องก่อนแฟนบวชสองอาทิตย์ เลยเก็บเรื่องเงียบๆ ไว้จนแฟนสึก กพ.จึงจัดการเรื่องต่างๆ เพิ่งแต่งงานเมื่อ มีค 56 แฟนเกือบพาไปทำแท้งเพราะแม่เขาไม่ยอมให้แต่งงานกัน พ่อเขาช่วยพูดจนได้จัดงาน แต่ไม่ได้จดทะเบียนฯ ก่อนแต่งแม่เขาไม่ชอบดิฉันเป็นทุนอยู่แล้ว เพราะเห็นว่าดิฉันไม่เหมาะด้วยประการทั้งปวงกับลูกชายเขา ก่อนแต่งยังต้องไปกราบขอขมาแม่เขา และแม่เขามารดน้ำฯ แบบขออโหสิ... จนล่าสุดที่ดิฉันทนไม่ไหว ปัญหาเริ่มเกิดเมื่อ เมย. เขาเริ่มมีพฤติกรรมเปลี่ยนไป และดิฉันไปเจอเขาแชตกับ ผญ คนนึงซึ่งตอนนั้นเขาบอกว่าเป็นลูกน้องแม่ที่ทำงาน คุยกันแบบพี่น้อง และมีการนัดหมายไปเที่ยวกัน ทั้งแม่เขา และ ผญ คนนั้นโดยให้เหตุผลว่าแม่ให้ไปช่วยขับรถให้ เมื่อเขากลับมา ดิฉันจับได้ว่าเขาโกหกว่ากลับช้าเพราะแม่เขาลืมของ ต้องขับไปคืนเลยเสียเวลา แต่ความจริงคือขับไปส่ง ผญ คนนี้ที่บ้าน โดยที่แม่เขารับรู้ทุกอย่าง เลยมีการทะเลาะกัน เขาพูดว่าเขาไม่อยากทนเหนื่อยกับดิฉันอีกต่อไปแล้ว และถ้ารู้ว่าจะมีปัญหาเยอะขนาดนี้ ก็ไม่น่าเชื่อพ่อเขาที่ให้เก็บเด็กไว้เลย เมื่อได้ยินดิฉันเสียใจมากจนขอแยกห้องนอนกับเขา และตั้งแต่นั้นมาเขาก็ไม่ดูแลดิฉันเหมือนอย่างก่อน กลับบ้านดึก ดิฉันก็รู้ว่าเขาไปหากันเป็นเรื่องเป็นราว และ ผญ คนนั้นก็รู้ว่าเขาแต่งงานและกำลังจะมีลูก ดิฉันพยามคิดในด้านดีๆ หลายครั้งแล้วค่ะ แต่ภายในใจดิฉันยังร้อนรน อยากให้เขาคิดได้ค่ะ อยากให้ยังเป็นครอบครัวกัน เขาบอกว่าเหตุที่เลิกเพราะดิฉัน เข้ากับแม่เขาไม่ได้ เขาอยากทำเพื่อแม่ ดิฉันมีพฤติกรรมก้าวร้าว เขารับไม่ได้ที่ใช้มีดฟันเขา - วันที่ทะเลาะกัน เขาพยามจะเข้ามา ดิฉันเลยใช้มีดขู่ เพื่อป้องกันตัว เขาบอกว่าที่ผ่านๆ มาเขาพยามปรับตัวแล้ว และเขาหมดความอดทนกับดิฉันแล้ว (ดิฉันเคยขอเลิกกับเขาปีก่อน เพราะด้วยนิสัยของแม่เขา และตัวเขาเองที่ไม่หนักแน่น หูเบา และไม่มีเหตุผล แต่เขาขอโอกาสปรับตัว) เขาเอาเหตุผลนั้นมาใช้เลิกกับดิฉันซึ่งท้องกับเขาอยู่ ดิฉันยังคงอยู่ในบ้านแฟนค่ะ เพราะสะดวกในการเดินทางไปทำงาน และที่บ้านดิฉันเองหากเกิดเหตุฉุกเฉินหารถออกจากหมู่บ้านลำบากค่ะ และค่าเดินทางสูงกว่า
ความต้องการ
ดิฉันอยากทำใจ และตัดใจจากผู้ชายคนนี้สักทีค่ะ เพราะมีเรื่องนอกใจแล้วไล่ดิฉันแบบนี้ รวมครั้งนี้ก็เป็นครั้งที่ 4 แล้วตลอดสิบปีที่คบกันมา แม้ว่าดิฉันอยากมีครอบครัวที่ดี แต่ดูๆ จากอาการของเขาครั้งนี้แล้ว คงกู่ไม่กลับแล้วค่ะ แม่เขาและตัวเขาเชื่อ คำทำนายของหมอดู ที่บอกว่า ผญ คนใหม่นี้เป็นเนื้อคู่กัน ดิฉันยอมรับค่ะ ว่าอยากให้ทั้งสามคนนี้ ได้เจอความทุกข์ที่ดิฉันได้รับอยู่ และทำให้ลูกที่กำลังจะเกิดกลายเป็นเด็กกำพร้าพ่อ การมีความแค้นไม่ใช่สิ่งดีค่ะ แต่เวลาเขามีความสุขบนความทุกข์ของดิฉัน มันปวดใจค่ะ ขอวิธีคิด และการปฏิบัติ เพื่อนำพาให้ดิฉันรู้สึกสบายใจขึ้นค่ะ ปล.ดิฉันตกลงกับแฟนไว้ว่าจะอยู่หลังคลอดไปอีกเดือนนึง และจะกลับไปอยู่บ้านตัวเองค่ะ
ชื่อผู้ถาม
เรดาร์
วันที่เขียน
29 มิถุนายน พ.ศ. 2556 18:23:35
จำนวนคนเข้าดู
2149

คำตอบ

คำตอบที่ 1
ชีวิตคู่มักจะเป็นแบบนี้ คบกันมานาน ๆ เป็นสิบปี บางทีก็ยังไม่รู้ดีว่า อีกฝ่ายเป็นอย่างไร กว่าจะรู้ก็มีเรื่องยุ่งยากแล้ว คือท้องแล้ว ลักษณะแบบนี้ คงอยู่ด้วยกันต่อไปได้ยาก เมื่ออยู่บ้านเขา เขาไม่ชอบเรา มันก็ยาก ถ้าเราได้พยายามปรับตัวเข้ากับครอบครัวเขากับแม่เขาเต็มที่แล้ว แต่มันก็ไม่ดีขึ้น คงยากแล้ว พฤติกรรมอะไรที่ไม่ดีของเรามีบ้างไหม เช่น พูดไม่เพราะ กระด้างกระเดื้อง ถือยศศักด์ นอบน้อมไม่เป็น ไม่มีสัมมาคารวะ ทำงานบ้านไม่เรียบร้อย ขี้เกียจฯลฯ ถ้ามีและเราพยายามแก้ไขปรับปรุงไม่ทำแบบนั้นแล้ว แต่เขาก็ยังไม่เปิดรับ มันก็ยาก ลองให้ผู้ใหญ่ฝ่ายเรามาคุยกับผู้ใหญ่ฝ่ายเขาดูว่า จริง ๆ เลย ฝ่ายสามีเขาต้องการอย่างไรกันแน่ แล้วก็ตกลงกันให้ชัดแจ้งไปเลย อย่าคลุม ๆ เครือ ๆ หากเราก็เชื่อมั่นว่า อยู่ไปก็ไม่มีความสุข บางทีการไปคนละทางอาจดีกว่าก็ได้ ส่วนลูกนั้น คุณควรเอาไปเลี้ยงเอง อย่าให้ไว้ที่นี่ เดี๋ยวเขาคิดรังเกียจเราอยู่แล้ว เขาจะลงไปที่ลูกของเราอีกได้ การจะฆ่าคนอื่นไม่ดีเลย ยิ่งฆ่าลูกตัวเองด้วยแล้ว บาปหนักมาก จะต้องมาใช้บาปนี้ไม่รู้กี่ร้อยกี่พันชาติ พ่อแม่ทะเลาะ รังเกียจกันอย่างไร ก็อย่าไปทำร้ายเด็ก และตอนนี้ ดูเหมือนใจคุณก็ไม่อาจยอมรับเขาได้แล้ว ชีวิตไม่มีอะไรจะเสียหายแล้ว กลับไปบ้านเราก็น่าจะอบอุ่นกว่า เริ่มต้นชีวิตใหม่ อนาคตยังอีกยาวไกล ทำไมจะต้องมาจมปลักอยู่แค่นี้ ให้คิดว่า เรากับเขาทำบุญร่วมกันมาแค่นี้ ก็จบ ไม่ต้องเรียกร้องอะไร ไม่ต้องขออะไรจากเขา ส่วนสามี แม่สามี ก็ให้อภัยเขาเถอะ กราบขอขมา ยกโทษให้เขาแล้วจากลากันด้วยดี ไม่มีอะไรติดค้างใจ จะได้ไม่เป็นเวรกรรมต่อกัน อย่าเคียดแค้น อย่าชิงชัง อย่าคิดสาปแช่งให้เขาเป็นอย่างโน้นโน้นอย่างนี้ เพราะถ้าเราทำแบบนั้น ชีวิตเราก็ไม่มีความสุขเช่นกัน จงให้อภัยและแผ่เมตตาให้เขาทุกคน อดทนให้มากกว่านี้สัก 10000 เท่า (จากที่เคยมีอยู่ในปัจจุบัน) ตั้งใจทำงาน เลี้ยงลูกเอง ไม่ต้องไปง้อใคร ไม่ต้องไปหวังพึ่งใคร สาธุ ขอให้ผ่านพ้นทุกข์นี้ไปได้ด้วยดี หาเวลาให้ตนเอง ไปอยู่เจริญภาวนาที่วัดนี้ อย่างน้อยปีละ 7 วัน (หลาย ๆ ครั้งก็ได้/ไปครั้งละ 3-4 วันก็ได้) http://bhaddanta01.blogspot.com/
ชื่อผู้ตอบ
อาจารย์ผู้ให้คำปรึกษา 99
วันที่เขียน
30 มิถุนายน พ.ศ. 2556 08:45:17
คำตอบที่ 2
ปัญหาอีกอย่างนึงของดิฉันตอนนี้คือ ดิฉันยังหวังอยู่ลึกๆ ว่าเขาจะกลับมาหาดิฉันและลูก แต่อีกส่วนนึงข้างในก็บอกดิฉันว่าทางฝ่ายแม่เขา และตัวเขาเอง เข้าไปแนะนำตัวเป็นเรื่องเป็นราวกับทางบ้านฝ่ายหญิง และเพื่อนๆ แม่ฝ่ายชายแล้ว เหมือนติดอยู่ระหว่างความคิดของตัวเองค่ะ พยามจะทำจิตใจให้สงบ พยามจะไม่คิดอะไรมากมาย ดิฉันก็ยังเชื่อมั่นเสมอค่ะ ว่าถ้าเขาได้คิดด้วยตัวเขาเองจริงๆ ผลจะไม่เป็นแบบนี้ เพราะเราเคยไปอยู่เมืองนอกด้วยกันเกือบสองปี และระหว่างนั้นไม่เคยมีปัญหาอะไรเลยค่ะ ดิฉันรู้ตัวว่าอารมณ์และความรู้สึกของดิฉันเอง ยังรู้สึกขึ้นๆ ลงๆ กับผู้ชายคนนี้ ภายนอกดิฉันยังดูสงบค่ะ ขอบคุณอาจารย์ที่ปรึกษานะคะ
ชื่อผู้ตอบ
เรดาร์
วันที่เขียน
1 กรกฎาคม พ.ศ. 2556 13:42:40
คำตอบที่ 3
พยายาม อย่าให้เรื้อรังยืดเยื้อ เสียเวลาเปล่า
ชื่อผู้ตอบ
อาจารย์ผู้ให้คำปรึกษา 99
วันที่เขียน
1 กรกฎาคม พ.ศ. 2556 23:42:20
คำตอบที่ 4
ขอบคุณค่ะ
ชื่อผู้ตอบ
เรดาร์
วันที่เขียน
3 กรกฎาคม พ.ศ. 2556 18:02:09
ทั้งหมด 4 รายการ
1 / 1
อ่านป้ายฉลากยา 10,000 รอบ แต่ไม่กินยา มันก็คงรักษาโรคอะไรไม่ได้
เช่นกัน แม้ว่าจะอ่านหนังสือ 10,000 เล่ม ฟังเทศน์ 10,000 เรื่อง ปรึกษาผู้รู้ 10,000 คน ประโยชน์ก็มีเพียงน้อยนิด
หากเราไม่ลงมือทำ ไม่ลงมือปฏิบัติ ไม่พยายามทำ การมัวแต่คิดอยากให้เป็นอย่างนั้นเป็นอย่างนี้ไปเฉยๆ จะมีผลสำเร็จอะไร